ปาฎิหาริย์แห่งกรรม

พระธรรม
อันเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าสัมพันธ์กันไปหมดศึกษาค้นคว้าเรื่องกรรมแล้วก็ต้องไปศึกษาค้นคว้าเรื่องปฏิจจสมุปบาทต่อ เพื่อให้รู้ว่ากรรมเป็นส่วนใดของปฏิจจสมุปบาท เข้าใจปฏิจจสมุปบาทแล้วก็ต้องไปศึกษาอริยสัจ ๔ ว่าเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไรและในลักษณะใด เท่านั้นยังไม่พอต้องค้นคว้าต่อไปว่าจะศึกษามรรคมีองค์ ๘ ต้องปฏิบัติเท่านั้นจึงจะพิสูจน์ทราบความจริงได้

ผลจากการปฏิบัติจึงทำให้เข้าใจว่าการศึกษาคัมภีร์กับการปฏิบัติสามารถทำให้ดำเนินควบคู่กันได้แต่ต้องไม่หวังผลจากการปฏิบัติมาก นอกจากเพื่อให้เกิดประสบการณ์มาสนับสนุนความรู้จากคัมภีร์ ในที่สุดก็สรุปได้ว่าการศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าต้องศึกษาแบบบูรณาการจนเห็นภาพรวมทั้งหมดจึงจะทำให้เข้าใจได้ดีการศึกษาแบบแยกส่วนเพื่อความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามแนวตะวันตก จะก่อให้เกิดปัญหาในการทำความเข้าใจและการตีความ.....

จาการศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกพบว่ามีหลักฐานที่บ่งบอกให้รู้ว่าคำสอนเรื่องกรรมเป็นคำสอนสำคัญ นอกจากพระพุทธพจน์ที่ตรัสไว้โดยตรงแล้ว คัมภีร์ต่างๆที่เป็นส่วนของขุททกนิกาย คือ คัมภีร์ชาดก คัมภีร์อปทาน คัมภีร์พุทธวงศ์ และคัมภีร์จริยาปิฎก ก็ล้วนเป็นคัมภีร์ที่แสดงความรู้เรื่องกรรมทั้งสิ้น

กรรม มีส่วนให้เกิดปาฏิหาริย์ต่างๆ ปาฏิหาริย์ แปลว่า เครื่องกำจัดข้าศึก หมายถึง เครื่องช่วยกำจัดผู้ที่จะถูกสอนซึ่งมีทิฏฐิมานะ ให้คลายทิฏฐิมานะ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้มี ๓ คือ อิทธิปาฏิหาริย์ การแสดงฤทธิ์เป็นปาฏิหาริย์  อาเทสนาปาฏิหาริย์ การรู้ใจผู้อื่นเป็นปาฏิหาริย์   อนุสาสนีปาฏิหาริย์ การสอนเจาะใจตามที่รู้ใจเป็นปาฏิหาริย์ เมื่อศึกษาการสอนของพระพุทธเจ้าพบว่าทรงใช้ปาฏิหาริย์ทั้ง ๓ นี้อย่างสัมพันธ์กัน

กล่าวคือ ทรงตรวจดูวาระจิตของผู้ที่จะสอนก่อนเป็นการใช้อาเทสนาปาฏิหาริย์

จากนั้นทรงสอนธรรมอย่างสอดคล้องกับสภาพจิตของเขา เป็นการใช้อนุสาสนีปาฏิหาริย์ หากมีความจำเป็นต้องใช้อิทธิปาฏิหาริย์ ก็จะทรงใช้ ดังนั้น การตรวจรู้สภาพจิต การแสดงฤทธิ์ และการสอนธรรมสอดคล้องกับสภาพจิตของผู้ฟังของพระพุทธเจ้า เป็นปาฏิหาริย์ตรงที่ทำให้ผู้ฟังได้บรรลุมรรคผล
หรืออย่างน้อยก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสในคำสอนของพระองค์

กรรม มีส่วนให้เกิดปาฏิหาริย์ต่างๆ นั้น ปาฏิหาริย์ ในที่นี้ คือ อิทธิปาฏิหาริย์ คำว่า ไทยเรานำเอาคำสันสกฤตว่า ฤทธิ มาเป็นคำแปล ซึ่งมีความหมายครอบคลุมถึงการทำอัศจรรย์ต่างๆ ที่เหนือวิสัยที่คนสามัญจะทำได้ อาทิ การเหาะ การหายตัว การทำของน้อยให้เป็นของมาก การทำของใหญ่ให้เป็นของเล็ก การทำอย่างนี้ได้ต้องอาศัยสัมมาสมาธิ (ฌานขั้นที่๔) เป็นบาทคือคุณธรรมรองรับ มิฉะนั้นก็ไม่สามารถทำฤทธิ์ดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้การทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้นนั้นเป็นการทำกุศลหรือบุญอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ภาวนา การทำภาวนานี้ก็จัดเป็นกุศลธรรมในตัวเองที่ทำกุศลกรรมให้เกิดขึ้น เพื่อละอกุศลธรรมที่เป็นฝ่ายตรงข้าม และเป็นกุสลธรรมที่มีกุศลธรรมอย่างอื่นสนับสนุนเช่น การให้ทานและการรักษาศีล เป็นต้น ดังนั้น กุศลกรรมจึงเป็นส่วนสนับสนุนสำคัญให้เกิดอิทธิปาฏิหาริย์

วัตถุประสงค์

หนังสือเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่การนำเสนอเรื่องการให้ผลของกรรม ซึ่งส่วนใหญ่สัมพันธ์อยู่กับปาฏิหาริย์ (โดยเฉพาะอิทธิปาฏิหาริย์) เพื่อต้องการสื่อความหมายว่า ปาฏิหาริย์แห่งกรรม ที่ใช้เป็นชื่อของหนังสือ ก็คือ กรรมนั้นเองเป็นตัวแสดงปาฏิหาริย์ กล่าวคือ กรรมแสดงอาเทสนาปาฏิหาริย์ออกมาตรงที่ว่ากรรมนั้นเกิดมาจากใจ คือใจทำโดยการคิดเป็นเบื้องต้น กรรมแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ตรงที่เมื่อใจทำ ใจคิด
ก็สะสมความสามารถต่างๆไว้จนสามารถสั่งรูปคือกายให้เป็นไปตามปรารถนา กรรมแสดงอนุสาสนีปาฏิหาริย์ตรงที่คำสอนทั้งหลายออกมาจากใจ และเข้าสู่ใจของผู้ฟัง

ข้อควรทำความเข้าใจ

หลายเรื่องในหนังสือเรื่องนี้ดูจะยังเป็นเรื่องที่คนทั่วไป(จำนวนหนึ่ง) เชื่อได้ยาก ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้เขียนอยากทำความเข้าใจด้วย ผู้เขียนเอง แม้ปัจจุบันจะหมดความสงสัยในเรื่อง วิสัยหรือศักยภาพของพระพุทธเจ้า วิสัยหรือศักยภาพของผู้มีฤทธิ์ ความเป็นไปแห่งวิบากกรรม และเรื่องการเกิด ตั้งอยู่
และการดับของโลก แต่ก็ไม่อยากบังคับให้ใครต้องเชื่อตาม เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อผู้เชื่อ
และต่อผู้บังคับให้เชื่อ หากแต่ว่าอยากทำความเข้าใจในเบื้องต้นว่า 

เรื่องสำคัญ ๔ เรื่อง ที่ผู้เขียนหมดความสงสัยนั้น พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า อจินเตยยะ (อจินฺเตยฺย) หรือ อจินไตย ในภาไทยซึ่งมักแปลกันว่า ไม่ควรคิดการแปลอย่างนี้ถูกต้องตามไวยากรณ์ภาษาบาลี
แต่ไปขัดกับความรู้สึกของหลายคนที่แย้งว่าการที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกว่า ไม่ควรคิด เท่ากับเป็นการบังคับว่าห้ามคิด หรือคิดไม่ได้ เขาจึงตั้งคำถามต่อไปว่า ทำไมพระพุทธเจ้าจึงต้องห้ามคิด

ความจริง คำนี้ยังมีทางแปลได้อีกว่า ไม่สามารถคิดได้ หมายถึง ไม่สามารถคิดให้เข้าใจได้ด้วยวิธีคิดแบบประสาทสัมผัส เพราะประสาทสัมผัสไม่มีศักยภาพพอที่จะคิดให้เข้าใจได้ เนื่องจากประสาทสัมผัส
เป็นเครื่องมือหยาบเกินไปที่จะเข้าถึงความจริงนี้ได้ การจะเข้าถึงได้ต้องใช้วิธีฝึกฝนจิตจนเกิดปัญญาประจักษ์แจ้งวิธีนี้ต่างหากจึงเป็นวิธีที่จะเข้าถึงได้  แต่ก็ต้องผ่านกระบวนการการฝึกหัด และสั่งสมศักยภาพไว้แบบข้ามภพข้ามชาติ อย่างนี้แล้ว

ปาฏิหาริย์แห่งกรรม  ก็จะกลายเป็นจินไตย คือ สามารถเข้าใจได้ ซึ่งเชิญชวนคนรุ่นใหม่ให้หันมาร่วมศึกษาและพิสูจน์ 

อนึ่ง ในเรื่องความเชื่อเรื่องกรรมมีผลต่อชีวิตของเรานั้น มีทางที่ต้องระวังอยู่บ้าง เพราะบางท่านเชื่อแต่กรรมในปัจจุบันชาติเท่านั้น ไม่เชื่อกรรมในอดีตชาติ แต่บางท่านก็เชื่อแต่กรรมในอดีตชาติ ไม่เชื่อกรรมในปัจจุบัน ความเชื่อทั้งสองนี้สุดโต่งและมีผลเสียพอกัน คือ ประเภทแรก ผลเสียอยู่ที่ว่าหากทำดียังไม่ได้รับผลดี ก็อาจทำให้ท้อแท้และทึกทักเอาว่าผลกรรมไม่มีจริงจึงทำดีไม่ได้ดี แล้วพลอยเลิกทำความดี
ประเภทหลัง ผลเสียอยู่ที่ว่า จะปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามกรรม ไม่คิดแก้ไขอะไร ดังนั้นจึงควรพิจารณาและยอมรับความจริงว่าการให้ผลของกรรมเป็นไปได้ ๒ ส่วน คือ ทั้งกรรมเก่าให้ผลและกรรมปัจจุบันให้ผล
ส่วนจะให้น้ำหนักต่อกรรมส่วนใดควรพิจารณาเฉพาะกรณี

ผู้เขียนคาดหวังว่า หนังสือนี้จะทำให้ผู้อ่านได้ความรู้ความเข้าใจถึงการให้ผลของกรรม ควบคู่ไปกับความรู้ความเข้าใจเรื่องปาฏิหาริย์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้อย่างถูกต้องและแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อสร้างกรรมดีละกรรมชั่วและรักษาความดีให้ต่อเนื่องเพื่อบรรลุถึงนิพพานคือความพ้นทุกข์ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนิกชน.


กรรม เป็นคำสอนสำคัญเรื่องหนึ่งในพระพุทธศาสนาที่บอกให้รู้ว่ามนุษย์มีสิทธิที่จะเลือกทำอะไรก็ได้ทั้งดีและไม่ดีแต่ไม่มีสิทธิที่จะเลือกรับผลของการกระทำนั้นเพราะการกระทำทุกอย่างที่ทำลงไปแล้วย่อมให้ผลแน่นอน ไม่ช้าก็เร็วไม่ชีวิตนี้ก็ชีวิตหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าสังสาระคือการเวียนว่ายตายเกิดจะสิ้นสุดลง